สัมผัสแรก.บนแทร็คช้างเซอร์กิตกับ“New MAZDA 2” ถ้าไม่อยากเสียตังค์...อย่าได้ลองไปขับ เพราะคุณจะติดใจมัน


ข่าวทั้งหมด : / สัมผัสแรก.บนแทร็คช้างเซอร์กิตกับ“New MAZDA 2” ถ้าไม่อยากเสียตังค์...อย่าได้ลองไปขับ เพราะคุณจะติดใจมัน

สัมผัสแรก.บนแทร็คช้างเซอร์กิตกับ“New MAZDA 2” ถ้าไม่อยากเสียตังค์...อย่าได้ลองไปขับ เพราะคุณจะติดใจมัน


สนามช้างฯ จ.บุรีรัมย์ - หลังจากที่ทางบริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จำกัด ได้ทำการเปิดตัวรถยนต์ Sub-Compact Car รุ่นใหม่ล่าสุด Mazda 2 ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 ที่อิมแพค เมืองทองธานี เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

ตลาดผู้บริโภค ก็ขานรับและให้ความสนใจกับ มาสด้า 2 ชนิดที่เรียกได้ว่า ถูกจังหวะ ถูกเวลาเลยทีเดียว เพราะด้วยยอดสั่งจองและปิดการขายได้จากงาน Motor Expo 2019 จนถึงบัดนี้ มาสด้า 2 ก็ทำยอดทะลุ 3,000 คันไปอย่างสบายๆ และเพื่อให้ข้อมูลข่าวสาร และรายละเอียด รวมถึงสมรรถนะของรถมาสด้า 2 ใหม่ ออกสู่สายตาผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จึงได้จัดกิจกรรม การทดสอบลองขับรถยนต์รุ่นใหม่ มาสด้า 2 MY 2020 รุ่นนี้ กันขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา


โดยลงทุนปิดสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ สนามแข่งขันรถยนต์มาตรฐานระดับโลก Grade A เพื่อพิสูจน์ สมรรถนะ และคุณภาพของมาสด้า 2 ตัวใหม่ที่จะมาเล่ากันให้ฟังในบทความนี้

มาสด้า 2 เป็นรถยนต์ในกลุ่ม Sub-Compact Car หรืออาจจะเรียกว่า City Car หรือ Eco Car ก็สุดแล้วแต่ความต้องการ ที่จะให้มันอยู่ในบทบาทใดในมิติของตลาดรถยนตืยุคนี้ แต่ที่สำคัญก็คือ มาสด้า 2 เป็นรถยนต์ขนาดเล็ก ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติเด่นๆก็คือ 1.มีขนาดกระทัดรัด 2.เครื่องยนต์ขนาดเล็กและมีเครื่องยนต์ให้เลือกสองประเภททั้งดีเซล และเครื่องยนต์เบนซิน 3.สมรรถนะดี ให้การยึดเกาะถนนได้ดี 4.มีความสปอร์ต ปราดเปรียวเป็นจุดขายหลัก 5.เกิดขึ้นภายใต้นวัตกรรมเทคโนโลยี SKYACTIV-Vehicle Architecture ที่ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ครอบคลุมทั้งในเรื่องของตัวถัง เครื่องยนต์ การออกแบบ และฟังก์ชั่นรวมถึงระบบช่วยการขับขี่ที่หลากหลาย ทำให้รถมาสด้า 2 เป็นรถที่มีความปลอดภัย ขับขี่ง่าย ดูแลรักษาต่ำ เป็นต้นทุนความได้เปรียบในยุคที่ผู้บริโภค มีความต้องการรถยนต์ขนาดเล็กที่คุ้มค่า

เริ่มต้นคงหนีไม่พ้นการเดินดูสรีระของมาสด้า 2 รอบคันอย่างละเอียด ด้วยการออกแบบในสไตล์ KODO Design ทำให้เส้นสายและหน้าตาของมาสด้า 2  ได้รับการดีไซน์ใหม่ ทั้งรูปลักษ์ภายนอก เส้นสายรอบคัน จนจรดด้านท้ายรถ เน้นความเรียบง่ายในคอนเซ็ปต์ "Less is More" ซึ่งเป็นไปตามแนวทางเดียวกับการออกแบบรถมาสด้ารุ่นพี่อย่าง All-New Mazda 3 ที่เพิ่งเปิดตัวไปช่วงก่อนหน้านั้น กันชนหน้าและหลัง กระจังหน้า ไฟหน้าและไฟท้าย ถูกออกแบบใหม่ให้ดูดี ดูโฉบเฉี่ยว ยิ่งขึ้น วงล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 16 นิ้ว สวยงามและดูแลรักษาง่าย ภายในห้องโดยสาร เน้นการตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูง เช่น แผงคอนโซลหน้า แผงประตูด้านข้าง และเบาะนั่งดีไซน์ใหม่


ด้านโครงสร้างตัวรถ New Mazda2 ได้รับการพัฒนาบนแพลตฟอร์มเจเนอเรชั่นใหม่ SKYACTIV-Vehicle Architecture จุดเด่นที่สุดที่ได้รับการ Present ว่าเยี่ยมยอด และใหม่จนมาสด้าคุยว่ามันจะยกระดับการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น ปลอดภัยยิ่งขึ้น เรียกว่าระบบ ควบคุมขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงหรือ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) ที่ช่วยปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ ตามการหักเลี้ยวพวงมาลัย ของผู้ขับขี่ ควบคู่ไปกับการเบรก ที่เหมาะสม ซึ่งทั้งหมดส่งผลให้การขับขี่เป็นไปอย่างธรรมชาติ รวมทั้งช่วยเรื่องการตอบสนอง ที่ดีขึ้น ควบคุมรถได้แม่นยำยิ่งขึ้น


เบาะนั่ง และตำแหน่งต่างๆภายในรถ เป็นอีกส่วนที่ มาสด้า 2 MY 2020 ได้รับการออกแบบตามโครงการ  SKYACTIV-Vehicle Architecture ให้ตอบสนองตรงกับกายวิภาคของมนุษย์มากที่สุด เบาะและตำแหน่งอุปกรณ์ต่างๆ ภาษาอังกฤษเรียกว่าการ calibrate หรืออธิบายง่ายๆคือ การวิจัยและวางค่ามาตรฐานของมิติเบาะ องศา สภาพการใช้งาน ให้ครอบคลุมกับสรีระศาสตร์ของคน ให้ทั้งคนรูปร่างเล็ก หรือใหญ่ สามารถใช้งานได้อย่างรู้สึกว่า พอดี เหมาะสม เรียกว่าสร้างความสะดวก สบายให้กับการขับขี่และโดยสารมากขึ้นนั่นเอง อีกทั้งยังทำให้ช่วยลดอาการเมื่อยล้าแม้ในการขับขี่หรือโดยสารเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนาน


เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง New Mazda 2 มีเครื่องยนต์ติดตั้งในรถรุ่นนี้ มาให้เลือกถึง 2 ประเภทเครื่องยนต์ คือ เครื่องยนต์ในเทคโนโลยี สกายแอ็คทีฟคลีนดีเซล (SKYACTIV-D) ขนาดพิกัดความจุ 1.5 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 105 แรงม้า  และตอบสนองแรงบิดสูงสุดถึง 250 นิวตัน-เมตร มาพร้อมเทอร์โบแปรผัน และอินเตอร์คูลเลอร์ เป็นเครื่องยนต์ที่ให้การตอบสนองที่ ดีเยี่ยม อีกตัวหนึ่งคือเครื่องยนต์สกายแอ็คทีฟเบนซิน (SKYACTIV-G) ขนาดความจุ 1.3 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 93 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 123 นิวตัน-เมตร โดยเครื่องยนต์ทั้งสองแบบ ได้รับมาตรฐานไอเสียยูโรระดับ 5 [EURO-5]


ด้านความปลอดภัย เป็นอีกเรื่องที่มาสด้า ให้ความสำคัญกับการออกแบบรถรุ่นใหม่ๆของตน New Mazda2 ติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัย i-ACTIVSENSE ซึ่งมีระบบส่งสัญญาณเตือน เมื่อรถตรวจพบความเสี่ยง ที่จะเกิดอุบัติเหตุรอบคัน อาทิเช่น ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตา ขณะเปลี่ยนเลน (Advanced Blind Spot Monitoring) , ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตา ขณะถอยหลังหรือ RCTA (Rear Cross Traffic Alert) , ระบบกล้องแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง  , ระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า ซึ่งเป้าหมายของการออกแบบระบบต่างๆนั้น มาสด้าคำนึงถึงการใช้งานรถยนต์ให้มีความสะดวกขึ้น ง่ายขึ้น และปลอดภัยขึ้น โดยเฉพาะกับผู้ใช้สุภาพสตรี ที่มักเกิดปัญหาความกังวลในขณะขับขี่ ซึ่งส่งผลให้รถมาสด้า 2 MY 2020 สามารถขับขี่ได้ง่ายขึ้นนั่นเอง


จากสภาพทางเทคนิค มาสู่การพิสูจน์สมรรถนะของรถ New Mazda 2 MY 2020 เราทีมงานนักทดสอบ และสื่อสารมวลชนสายยานยนต์เกือบๆ 30 คน ได้มีโอกาสมาทดสอบรถ นิว มาสด้า 2 ตัวล่าสุดในสนามช้าง อินเตอร์เนรชั่นแนล เซอรืกิต จ.บุรีรัมย์ ในแบบ Full Track Driving หรือการเปิดสนามให้ทดสอบขับแบบเต็มรูปแบบ ช่วงแรกเป็นการเรียนรู้ถึง สมรรถนะในด้านการทรงตัว การยึดเกาะถนนของรถ อัตราเร่ง การตอบสนองของเกียร์ หลังจากนั้นเป็นการปล่อยลงสนามเต็ม วิ่งกันครบทุกมุม ทุกสภาพแทร็คความเร็ว ที่แน่นอนว่ามีทั้งเร็ว เร็วมาก โค้ง โค้งมาก ให้ได้ทดลองสมรรถนะรถ มาสด้า 2 กันอย่างเต็มที่


ในสถานีแรก บอกเลยว่ารูปแบบคือการเปลี่ยนเลนที่ ทางมาสด้าโดยทีมควบคุมการทดสอบแนะแนวกันให้รู้ว่า มีสถานี Lane Change 2 สถานี โดยด่านแรกให้ขับรถเข้าจุดเปลี่ยนเลนที่ความเร็วราวๆ 70 กิโลเมตร โดยการปล่อยให้รถใช้ความเร็วเฉื่อยวิ่งผ่าน จุดทดสอบ อาการที่ได้คือรถจะลอยๆเข้าไปแบบควบคุมได้ค่อนข้างยากนิดหน่อย(สำหรับผู้ที่ชินกับการขับในสภาวะนี้) แต่สำหรับคนที่ไม่เคยผ่านการทดสอบแบบนี้ อาการมันจะเหมือนเราขับรถลงเขา หรือเข้าโค้ง แล้วเหยียบครัทช์นั่นแหละครับ คือรถจะเบาๆหวิวๆ แบบว่าควบคุมลำบาก หาความเสถียรในการให้รถไปตรงเส้นทางที่กำหนดได้ยาก เรียกว่าคุมยาก และแน่นอนครับว่าอาการแบบนี้อันตรายมากในสภาวะที่อยู่บนถนนสาธารณะ เพราะเราอาจจะไปชน เอาไม่อยู่ หรือหลุดโค้งไปได้โดยไร้การควบคุม